ยิงไม่ยั้ง! เบลเยียมปลดล็อคไล่ต้อนนิวซีแลนด์ 5-1 ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม
เกมสุดท้ายของบอลโลกกลุ่ม G กลายเป็นเวทีที่เบลเยียมต้องพิสูจน์ตัวเอง หลังสองนัดแรกยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ตามเป้า ก่อนที่พวกเขาจะคืนฟอร์มได้ถูกเวลา ด้วยการไล่ถล่มนิวซีแลนด์ 5-1 พร้อมคว้าแชมป์กลุ่มและผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ขณะที่นิวซีแลนด์แม้จะพยายามเปิดเกมสู้เพื่อโอกาสสุดท้าย แต่คุณภาพและความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้ายยังเป็นรองชัดเจน บทความนี้จะพาไปย้อนดูไฮไลท์สำคัญของเกม พร้อมวิเคราะห์เส้นทางต่อไปของเบลเยียมในรอบน็อกเอาต์
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม
นิวซีแลนด์ (4-2-3-1): แม็กซ์ โครคอมบ์; ลิเบอราโต คาคาเซ, ไทเลอร์ บินดอน, ฟินน์ เซอร์แมน, ทิม เพย์น; โจ เบลล์, มาร์โก สตาเมนิช; เอไลจาห์ จัสต์, ซาร์พรีต ซิงห์, ไรอัน โธมัส; คริส วูด
เบลเยียม (4-2-3-1): ตีโบ กูร์ตัว; มักซิม เดอ ไคเปอร์, อาร์ตูร์ ตีอัต, บร็องดง เมเชเล, ติโมที กัสตาญ; ยูริ ตีเลอมันส์, ฮันส์ ฟานาเกน; เฌเรมี โดกู, เควิน เดอ บรอยน์, เลอันโดร ทรอสซาร์; ชาร์ล เดอ เกตลาเอร์
ครึ่งแรก
นาที 11 : เฌเรมี โดกู จ่ายถวายพานให้ เควิน เดอ บรอยน์ ได้หลุดไปยิง แต่ ลิเบอราโต คาคาเซ กองหลังนิวซีแลนด์ยังไวพอที่จะสกัดทิ้งจากเส้นประตูได้อย่างหวุดหวิด
นาที 12 : [ชนเสา] เบลเยียมพับสนามบุกหนัก เลอันโดร ทรอสซาร์ ลากตัดจากมุมแคบเข้ามาซัดเต็มข้อ บอลผ่านมือผู้รักษาประตูไปชนเสาอย่างจัง ก่อนที่แนวรับนิวซีแลนด์จะช่วยกันเคลียร์ออกไปได้ ยิ่งกว่านั้น VAR มีการเช็กจุดโทษย้อนหลังแต่ตัดสินใจให้เล่นต่อไป
นาที 13 : บร็องดง เมเชเล ขึ้นโหม่งบอลมาเข้าทาง เดอ บรอยน์ ได้กดเน้นๆ แต่ แม็กซ์ โครคอมบ์ นายทวารนิวซีแลนด์ยังซูเปอร์เซฟเซฟไว้ได้สำเร็จ
นาที 16 : ทรอสซาร์ ทำทางให้ โดกู ได้หมุนตัวยิงในกรอบเขตโทษ แต่บอลเบาเกินไป โครคอมบ์ รับสบาย
นาที 20-23 : [ริบคืนจุดโทษ] เดอ บรอยน์ จ่ายให้ ทรอสซาร์ ยิงไปโดนแขน ฟินน์ เซอร์แมน ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษของเบลเยียมทันที ทว่าหลังจากสัญญาณ VAR เรียกให้ไปดูจอภาพ ผู้ตัดสินมองว่าแขนของเซอร์แมนอยู่ในตำแหน่งธรรมชาติ จึงเป่ากลับคำตัดสินและเปลี่ยนเป็นให้ลูกตั้งเตะจากเขตประตูแทน
นาที 28 : [ประตู!! 0-1] เบลเยียมได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะเตะมุม บอลตกพื้นในเขตโทษแนวรับนิวซีแลนด์ชะงักกันหมด บอลไปแฉลบหลัง ทิม เพย์น มาเข้าทาง เลอันโดร ทรอสซาร์ ตามซ้ำจ่อๆ ไม่เหลือซาก!
นาที 33 : นิวซีแลนด์ได้โอกาสโต้กลับเร็ว คาคาเซ เปิดบอลครอสเข้ามาให้ คริส วูด แต่บอลแรงและสูงเกินไป พลาดโอกาสลุ้นประตูคืน
นาที 39 : โดกู ใช้ความสามารถเฉพาะตัวโยกหลอก เพย์น จนเสียหลักก่อนได้พื้นที่สับไกเล็งเสาสอง แต่บอลแรงข้ามคานออกไปนิดเดียว
นาที 42 : เดอ บรอยน์ ทำชิ่งกับ ทรอสซาร์ ก่อนที่ เดอ บรอยน์ จะวิ่งเข้ามาซัดด้วยขวา แต่บิดมากเกินไปบอลลอยข้ามคาน
นาที 43 : ชาร์ล เดอ เกตลาเอร์ ได้ส้มหล่นซัดต่ำเน้นๆ แรงในกรอบเขตโทษ แต่ โครคอมบ์ ยังล้มตัวเซฟไว้ได้เยี่ยมยอด
นาที 45+4 : โดกู ตักบอลเข้าเขตโทษลึกไปถึง ติโมที กัสตาญ ได้จังหวะฮาล์ฟวอลเลย์เน้นๆ แต่โดนใต้บอลมากเกินไป หลุดกรอบออกไปไกล
ครึ่งหลัง
นาที 50 : [ประตู!! 0-2] ฮันส์ ฟานาเกน จ่ายบอลให้ เลอันโดร ทรอสซาร์ ในเขตโทษ ทรอสซาร์พลิกตัวยิงจังหวะแรกติดเซฟ แม็กซ์ โครคอมบ์ แต่บอลยังเด้งมาเข้าทางปืนซ้ำดาบสองสวนตัวโครคอมบ์เข้าไปอย่างเฉียบขาด เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้
นาที 55 : นิวซีแลนด์ได้ลุ้นประตูครั้งแรกในเกม เอไลจาห์ จัสต์ ลากมาสับไกบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ บอลฮุกลงเกือบเสียบใต้คานแต่ ตีโบ กูร์ตัว ยังซูเปอร์เซฟปัดทิ้งไปได้
นาที 65 : เบลเยียมสวนกลับเร็ว บอลหลุดไปถึง มาเทียส เฟอร์นันเดซ-ปาร์โด ตัวสำรองที่เพิ่งลงมา ทางฝั่งซ้าย ทว่าเจ้าตัวกลับยิงหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย
นาที 66 : [ประตู!! 0-3] เควิน เดอ บรอยน์ ได้ส้มหล่นจากบอลขลุกขลิกหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะหาช่องกดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเลียดเสียบหน้าต่างเสาสองเข้าไปอย่างงดงาม
นาที 84 : [ประตู!! 1-3] นิวซีแลนด์ตีไข่แตกได้สำเร็จจากลูกเตะมุม แนวรับเบลเยียมโหม่งสกัดมาเข้าทาง เอไลจาห์ จัสต์ บริเวณเส้นกรอบเขตโทษ ก่อนเจ้าตัวจะตั้งป้อมตะบันเต็มข้อ บอลพุ่งเป็นจรวดเสียบก้นตาข่ายอย่างสุดสวย
นาที 86 : [ประตู!! 1-4] โค้ชเบลเยียมเปลี่ยนตัวสุดฉลาด! นิโกลัส รัสกิน ลงสนามมาจับบอลจังหวะแรกแล้วครอสไปเสาสองให้ โรเมลู ลูกากู ที่เพิ่งลงสนามมาสัมผัสบอลจังหวะแรกเช่นกัน ขยับมาโหม่งเน้นๆ ผ่านมือโครคอมบ์เข้าไปอย่างเด็ดขาด
นาที 90+4 : [ประตู!! 1-5] โรเมลู ลูกากู ลุยเข้าเขตโทษก่อนจะไหลย้อนกลับมาให้ อเล็กซิส ซาเลอมาแกร์ส แต่งหนึ่งจังหวะแล้วกดเต็มข้อ บอลพุ่งแหวกอากาศซุกก้นตาข่าย โดยที่โครคอมบ์ได้แต่นิ่งมอง ปิดกล่องให้เบลเยียมอย่างสมบูรณ์แบบ
สรุปภาพรวมหลังเกม นิวซีแลนด์ vs เบลเยียม
เบลเยียมโชว์ฟอร์มสมราคาเต็งเหนือกว่านิวซีแลนด์อย่างชัดเจน โดยเกมนี้ เลอันโดร ทรอสซาร์ ระเบิดฟอร์มเก่งทำคนเดียวสองประตูเปิดหัวตั้งแต่ต้นเกมและต้นครึ่งหลัง บวกกับ เควิน เดอ บรอยน์ ที่คุมจังหวะเกมรุกและส่องไกลสุดสวยให้ทีมทิ้งห่าง แม้ว่านิวซีแลนด์จะฮึดสู้จนได้ประตูตีไข่แตกจากลูกยิงสุดสวยของ เอไลจาห์ จัสต์ แต่ก็ต้านทานความเฉียบคมของปีศาจแดงแห่งยุโรปไม่ไหว
ช่วงท้ายเกมกลายเป็นเวทีของตัวสำรองเบลเยียม เมื่อกุนซือแก้เกมสุดเฉียบส่ง นิโกลัส รัสกิน ลงมาแอสซิสต์ให้ โรเมลู ลูกากู โหม่งประตูทันทีตั้งแต่สัมผัสแรก ก่อนที่ลูกากูจะจัดอีกหนึ่งแอสซิสต์ให้ อเล็กซิส ซาเลอมาแกร์ส ซัดปิดกล่องพานิวซีแลนด์ถล่มไปขาดลอย 5-1 ส่งผลให้เบลเยียมผงาดขึ้นนำจ่าฝูงของกลุ่มและผ่านเข้ารอบต่อไป ส่วนนิวซีแลนด์ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านอย่างน่าเสียดาย
สรุปตารางคะแนนกลุ่ม G
อันดับ 1 เบลเยียม 5 คะแนน แชมป์กลุ่ม
อันดับ 2 อียิปต์ 5 คะแนน รองแชมป์กลุ่ม
อันดับ 3 อิหร่าน 3 คะแนน
อันดับ 4 นิวซีแลนด์ 1 คะแนน
วิเคราะห์สถานการณ์และการแข่งขันนัดต่อไปในรอบน็อกเอาต์
เบลเยียม แชมป์กลุ่ม G
เบลเยียมจบเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม G ด้วยผลงาน 5 คะแนน จากการชนะ 1 เสมอ 2 โดยรอบ 32 ทีมสุดท้ายพวกเขาจะไปเจอกับ ทีมอันดับ 3 จากกลุ่ม A/E/H/I/J ซึ่งต้องรอการยืนยันอีกครั้งว่าอันดับ 3 ทีมไหนจะถูกจับมาเจอ อย่างไรก็ตาม เบลเยียมถือว่าได้เปรียบพอสมควร เพราะผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม และหากเกมรุกกลับมาเฉียบคมกว่านี้ โอกาสผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมยังถือว่าสูง
อียิปต์ รองแชมป์กลุ่ม G
อียิปต์จบอันดับ 2 ด้วย 5 คะแนนเท่ากับเบลเยียม แต่ผลต่างประตูได้เสียเป็นรอง ทำให้ต้องผ่านเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม โดยรอบต่อไปจะเจอกับ ออสเตรเลีย รองแชมป์กลุ่ม D เกมนี้ถือว่าสูสีและน่าสนใจ เพราะอียิปต์มีเกมรุกที่พอฝากความหวังได้ ส่วนออสเตรเลียเป็นทีมที่เล่นหนักแน่นและมีวินัยสูง หากอียิปต์คุมจังหวะเกมได้ดี พวกเขามีลุ้นผ่านเข้ารอบต่อไปไม่น้อย
อิหร่าน อันดับ 3
อิหร่านจบอันดับ 3 ด้วย 3 คะแนน จากการเสมอทั้ง 3 นัด ผลต่างประตูได้เสีย 0 ยังพอมีลุ้นเข้ารอบในฐานะหนึ่งในทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด แต่ต้องรอผลและการจัดอันดับจากกลุ่มอื่น หากผ่านเข้ารอบได้ มีโอกาสถูกจับไปเจอกับทีมวางอย่าง สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถือเป็นงานหนักพอสมควร
บทสรุปส่งท้าย
บทสรุปบอลโลกของกลุ่ม G ถือว่าเคี่ยวกันจนหยดสุดท้าย โดยเป็น เบลเยียม ที่ผงาดคว้าแชมป์กลุ่มไปด้วยผลงาน 5 คะแนน แม้ฟอร์มช่วงแรกจะฝืดไปบ้างแต่การถล่มนิวซีแลนด์ในเกมส่งท้ายช่วยเพิ่มความมั่นใจได้อย่างมาก โดยในรอบ 32 ทีมสุดท้าย พวกเขาจะรอพบทีมอันดับ 3 จากกลุ่ม A/E/H/I/J ซึ่งถือว่าได้เปรียบตามเงื่อนไขแชมป์กลุ่ม ทางด้าน อียิปต์ ที่มี 5 คะแนนเท่ากัน แต่ประตูได้เสียเป็นรอง ต้องผ่านเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่มไปชนกับงานหนักอย่าง ออสเตรเลีย (รองแชมป์กลุ่ม D) ในแมตช์ที่น่าจะเบียดกันสนุก
ขณะที่ อิหร่าน จบอันดับ 3 ด้วยการเสมอ 3 นัดรวด มี 3 คะแนน ยังต้องลุ้นตัวโก่งรอดูตารางคะแนนของกลุ่มอื่น เพื่อโควตา “อันดับ 3 ที่ดีที่สุด” ซึ่งถ้าหากดวงแข็งผ่านเข้ารอบไปได้ ก็มีกระดูกชิ้นโตอย่าง สวิตเซอร์แลนด์ ยืนรออยู่ ส่วน นิวซีแลนด์ ต้องตกรอบและเก็บกระเป๋ากลับบ้านก่อนเพื่อนอย่างเป็นทางการ

