ฝรั่งเศส ถล่ม นอร์เวย์ 4-1 เดมเบเล่แฮตทริก ลิ่วรอบ 32 ทีมชนสวีเดน

บอลโลก ฝรั่งเศส ถล่ม นอร์เวย์ 4-1 เดมเบเล่แฮตทริก ลิ่วรอบ 32 ทีมชนสวีเดน

นอร์เวย์ต้านไม่ไหว! เดมเบเล่ระเบิดฟอร์มกดแฮตทริกพาฝรั่งเศสถล่มยับ 4-1 สรุปเส้นทางรอบน็อคเอาท์

 

ฝรั่งเศสยังคงเดินหน้าโชว์ฟอร์มสมราคาทีมเต็ง หลังบุกถล่มนอร์เวย์ 4-1 ในเกมส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2026 โดยแมตช์นี้ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ฟอร์มสุดร้อนแรงของ อุสมาน เดมเบเล่ ที่ระเบิดแฮตทริกตั้งแต่ครึ่งแรก พาทีมตราไก่คว้าชัยแบบเด็ดขาด พร้อมจบในฐานะแชมป์กลุ่ม ขณะที่นอร์เวย์แม้พ่ายหนัก แต่ยังมีแต้มเพียงพอสำหรับการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ในฐานะรองแชมป์กลุ่ม เรามาย้อนดูเส้นทางโค้งสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่มของทั้ง 2 ทีมกันครับ

 

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

 

นอร์เวย์ (4-2-3-1): เอกิล เซลวิก; เฟรดริก บยอร์คาน, เลโอ ออสติการ์ด, เฮนริก ฟัลเชเนอร์, เฟรดริก เอาส์เนส; แพทริก แบร์ก, คริสเตียน ทอร์สต์เวดต์; แอนเดรียส เชลเดอรุป, เทโล อัสการ์ด, ออสการ์ บ็อบบ์; ยอร์เกน สตรานด์ ลาร์เซน

ฝรั่งเศส (4-2-3-1): ไมค์ เมนญ็อง; เตโอ แอร์กน็องเดซ, มักซ็องส์ ลาครัวซ์, ดาโยต์ อูปาเมกาโน, ฌูลส์ กุนเด; มานู โกเน, โอเรเลียง ชูอาเมนี; เดซีเร ดูเอ, ไมเคิล โอลิเซ, อุสมาน เดมเบเล; คิลิยัน เอ็มบัปเป

 

ครึ่งแรก

 

นาที 1 : ชนคาน! เอ็มบัปเป หลุดไปทางขวาของกรอบเขตโทษก่อนซัดเต็มข้อบอลพุ่งชนใต้คานอย่างจัง (ภาพช้าแสดงให้เห็นว่า เซลวิก ผู้รักษาประทานนอร์เวย์ปัดโดนปลายมือเล็กน้อย)

 

นาที 5 : โกเน ได้โอกาสสับไกยิงยัดในกรอบเขตโทษ ทำเอา เซลวิก ต้องออกแรงเซฟช่วยนอร์เวย์ไว้

 

นาที 7 : ประตู 1-0! ฝรั่งเศสขึ้นนำอย่างรวดเร็ว เอ็มบัปเป วางบอลออกขวาให้ อุสมาน เดมเบเล ลากจี้เข้าหาเขตโทษ โยกหลอกแล้วกดด้วยขวาเสียบหน้าต่างเสาไกลเข้าไป

 

นาที 12 : นอร์เวย์ได้ลุ้นจาก ทอร์สต์เวดต์ ที่ได้ยิงแต่เบาเกินไปเข้ามือ เมนญ็อง ส่วนฝรั่งเศสสวนกลับ โอลิเซ ได้ซัดในกรอบแต่โดนบล็อกไว้ได้

 

นาที 14 : เกือบตีเสมอ! นอร์เวย์น่าได้ประตูสุดๆ เอาส์เนส ครอสบอลเข้ากลางให้ สตรานด์ ลาร์เซน แต่งบอลได้อย่างเหนือชั้น แต่จังหวะกลับตัวยิงดันหลุดกรอบออกไปเอง

 

นาที 18 : เอ็มบัปเป ลากตัดจากซ้ายเข้าในแล้วกดเลียดด้วยขวา ทำเอา เซลวิก ต้องใช้เท้าเซฟสกัดทิ้งออกไป

 

นาที 20 : ประตู 2-0! เอ็มบัปเป โดนดึงเสื้อแต่ผู้ตัดสินปล่อยเล่นต่อ บอลมาถึง อุสมาน เดมเบเล ลากตัดเข้าในอีกครั้งก่อนปั่นโค้งจากระยะ 20 หลา เสียบมุมซ้ายมืออย่างสวยงาม

 

นาที 21 : ประตู 2-1! นอร์เวย์ตีไข่แตกทันควันหลังเขี่ยบอล เชลเดอรุป จ่ายบอลให้ เทโล อัสการ์ด โยกหลอกแล้วซัดเลียดเบียดเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบคม

 

นาที 29 : นอร์เวย์ต่อบอลกันสวย อัสการ์ด ตอกส้นให้ เชลเดอรุป ปาดเลียดเข้ากลางหวังให้ สตรานด์ ลาร์เซน แต่ เมนญ็อง ยังไวพอที่จะล้มตัวตะครุบไว้ได้

 

นาที 32 : ประตู 3-1! แฮตทริกของเดมเบเล! ชูอาเมนี จ่ายยัดให้ อุสมาน เดมเบเล ในกรอบเขตโทษ ก่อนที่เจ้าตัวจะโยกคลึงหลอกกองหลังนอร์เวย์แล้วปั่นไซด์โค้งเสียบหน้าต่างเสาไกลเข้าไปแบบเหนือชั้น

 

นาที 42 : ฟัลเชเนอร์ กองหลังนอร์เวย์จ่ายบอลคืนหลังพลาด โดน ดูเอ ฉกไปได้ แต่ เซลวิก ยังซูเปอร์เซฟออกมาสไลด์ดักบอลได้หวุดหวิด

 

นาที 44 : นอร์เวย์ได้เตะมุม อัสการ์ด โหม่งชงเข้าพื้นที่อันตราย แต่อูปาเมกาโนยังเคลียร์ทิ้งออกมาได้

 

นาที 45 : โกเน หลุดเข้าเขตโทษฝรั่งเศส พยายามจะล็อกหลบ เซลวิก แทนที่จะยกบอลข้ามหัว ทำให้ผู้รักษาประตูดักทางเซฟเอาไว้ได้

 

นาที 45+2 : เอ็มบัปเป ลากลุยจากกราบซ้ายก่อนจ่ายย้อนให้ โอลิเซ วิ่งมาตะบันด้วยซ้ายข้ามคานข้ามหลุดกรอบออกไป

ครึ่งหลัง

 

นาที 48 : นอร์เวย์ได้จุดโทษ! ออสการ์ บ็อบบ์ ใช้ความคล่องตัวลากลุยเข้าเขตโทษก่อนโดน เตโอ แอร์กน็องเดซ สกัดล้มลง ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที

 

นาที 50 : เซฟได้! ยอร์เกน สตรานด์ ลาร์เซน รับหน้าที่สังหารจุดโทษ แต่ยิงบดและเบาเกินไป ทำให้ ไมค์ เมนญ็อง พุ่งไปทางซ้ายมือเซฟเอาไว้ได้ นอร์เวย์ชวดโอกาสทอง

 

นาที 52 : ฝรั่งเศสสวนกลับเร็ว เอ็มบัปเป เกือบได้หลุดเดี่ยว แต่ เซลวิก ยังไวพอที่จะวิ่งออกมาตะครุบบอลได้ทัน

 

นาที 55 : นอร์เวย์ได้ลุ้นจากลูกเตะมุม แพทริก แบร์ก เปิดเข้ามาให้ เลโอ ออสติการ์ด โฉบมาโหม่งสะบัดที่เสาแรก แต่บอลหลุดกรอบออกไป

 

นาที 57 : เอ็มบัปเป ลองส่องไกลจากนอกกรอบ บอลโค้งข้ามคานออกไปแบบได้ลุ้น

 

นาที 61 : ฝรั่งเศสได้ฟรีคิกระยะ 30 หลา โอลิเซ ตักบอลไปเสาสองให้ มักซ็องส์ ลาครัวซ์ สอดเข้ามาแปด้วยซ้ายเน้นๆ แต่บอลเข้าข้างตาข่าย

 

นาที 63 : เอ็มบัปเป ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลากจี้เข้าหากองหลังนอร์เวย์ก่อนกดด้วยขวา แต่โดนบล็อกเอาไว้ได้

 

นาที 72 : โอกาสของนอร์เวย์! อัสการ์ด แทงทะลุช่องให้ ออสการ์ บ็อบบ์ หลุดเข้าเขตโทษ แต่แต่งบอลนานเกินไปหน่อย ทำให้จังหวะยิงไปตรงตัว เมนญ็อง รับสบาย

 

นาที 78 : แพทริก แบร์ก วิ่งสอดขึ้นมาซัดลูกส้มหล่นจากแถวสอง แต่โดนกองหลังฝรั่งเศสบล็อกไว้ทันเวลา

 

นาที 90+2 : เตโอ แอร์กน็องเดซ เติมเกมรุกขึ้นมาตะบันเต็มข้อ แต่บอลเหินข้ามคานออกไปไกล

 

นาที 90+4 : ประตู 4-1! บาร์โคลา ได้บอลทางกราบซ้ายก่อนดึงจังหวะแล้วตักบอลเข้ากลางอย่างแม่นยำให้ เดซีเร ดูเอ ขยับมาขลิบหัวโหม่งเปลี่ยนทางเสียบสามเหลี่ยมเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม เป็นประตูปิดกล่องให้ฝรั่งเศสคว้าชัยชนะ

สรุปภาพรวมหลังเกม นอร์เวย์ vs ฝรั่งเศส 

 

ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายครองเกมและเก็บชัยชนะไปได้อย่างเด็ดขาด 4-1 โดยได้ฮีโร่อย่าง อุสมาน เดมเบเล ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริกได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 32 ของครึ่งแรก แม้ว่านอร์เวย์จะมีความหวังจากการตีไข่แตกของ เทโล อัสการ์ด ในนาทีที่ 21 และพยายามเปิดเกมสู้ได้อย่างมีลุ้นในหลายจังหวะ แต่ความเด็ดขาดในเกมรุกยังเป็นรองทัพตราไก่ค่อนข้างมาก

 

จุดเปลี่ยนสำคัญ: ในครึ่งหลังนอร์เวย์มีโอกาสทองที่จะกลับสู่เกมหลังได้ลูกจุดโทษนาทีที่ 48 ทว่า ยอร์เกน สตรานด์ ลาร์เซน กลับยิงไปติดเซฟของ ไมค์ เมนญ็อง อย่างน่าเสียดาย หลังจากนั้นฝรั่งเศสเป็นฝ่ายคุม

สถานการณ์ไว้ได้ทั้งหมด ก่อนที่ เดซีเร ดูเอ จะมาโหม่งประตูปิดกล่องในนาทีที่ 90+4 ช่วยให้ฝรั่งเศสถล่มเอาชนะนอร์เวย์ไปอย่างท่วมท้น

สรุปตารางคะแนนกลุ่ม I

 

อันดับ 1 ฝรั่งเศส: 9 คะแนนเต็ม 

อันดับ 2 นอร์เวย์: 6 คะแนน

อันดับ 3 เซเนกัล: 3 คะแนน 

อันดับ 4 อิรัก: 0 คะแนน

วิเคราะห์สถานการณ์และการแข่งขันนัดต่อไปในรอบน็อกเอาต์

ฝรั่งเศส (แชมป์กลุ่ม)

 

คู่แข่งรอบ 32 ทีม: สวีเดน (รองแชมป์กลุ่ม F)

 

ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในทีมที่โชว์ฟอร์มดีที่สุดของรอบแบ่งกลุ่ม ชนะรวดทั้ง 3 นัด ยิงได้ถึง 10 ประตู เสียเพียง 2 ลูก เกมรุกนำโดย อุสมาน เดมเบเล่ ที่กำลังร้อนแรง ส่วนแนวรับก็เล่นได้อย่างมีวินัย

 

สวีเดนเป็นทีมที่มีเกมรับแข็งแกร่งและเล่นเป็นระบบ แต่หากเทียบคุณภาพนักเตะ ความหลากหลายของเกมรุก และประสบการณ์ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ฝรั่งเศสยังเหนือกว่าอย่างชัดเจน

นอร์เวย์ (รองแชมป์กลุ่ม)

 

คู่แข่งรอบ 32 ทีม: ไอวอรีโคสต์ (รองแชมป์กลุ่ม E)

 

แม้นอร์เวย์จะแพ้ฝรั่งเศสในนัดสุดท้าย แต่ก่อนหน้านั้นพวกเขาเก็บชัยเหนืออิรักและเซเนกัล ทำให้ผ่านเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่มได้สำเร็จ

 

ไอวอรีโคสต์เป็นทีมที่มีความเร็วและความแข็งแกร่งในเกมสวนกลับ แต่หาก เออร์ลิง ฮาแลนด์ และ มาร์ติน โอเดการ์ด กลับมาลงสนามเต็มกำลัง นอร์เวย์ก็มีศักยภาพมากพอที่จะผ่านด่านนี้ได้ เกมนี้น่าจะสูสีที่สุดคู่หนึ่งของรอบ 32 ทีม

เซเนกัล (อันดับ 3)

 

เซเนกัลจบอันดับ 3 ด้วย 3 คะแนน หลังปิดท้ายด้วยการถล่มอิรัก 5-0 ทำให้มีผลต่างประตูได้เสีย +2 ซึ่งถือว่าค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับทีมอันดับ 3 ของหลายกลุ่ม

แต่สถานการณ์ของเซเนกัลยังไม่แน่นอน เนื่องจากคู่แข่งของอันดับ 3 จะขึ้นอยู่กับว่า 8 ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด มาจากกลุ่มใดบ้าง หลังทุกกลุ่มแข่งขันครบ โดยทีมอันดับ 3 ของกลุ่ม I มีโอกาสถูกจับไปพบแชมป์กลุ่ม A, B, D, G, K หรือ L ตามตารางประกบของ FIFA

บทสรุปส่งท้าย

 

ชัยชนะ 4-1 เหนือนอร์เวย์ไม่ใช่แค่การยืนยันความแข็งแกร่งของฝรั่งเศสในฐานะแชมป์กลุ่มเท่านั้น แต่ยังเป็นเกมที่ทำให้ชื่อของ อุสมาน เดมเบเล่ ถูกพูดถึงเต็มๆ หลังระเบิดแฮตทริกตั้งแต่ครึ่งแรก ยิงเพิ่มเป็น 4 ประตูในฟุตบอลโลก 2026 ขยับขึ้นมาเกาะกลุ่มลุ้นดาวซัลโวร่วมกับ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ตอนนี้ยิงไปแล้ว 4 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ เช่นกัน

 

ส่วน เอ็มบัปเป้ แม้เกมนี้จะไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ด แต่ยังมีบทบาทสำคัญกับเกมรุกและยังไล่ล่าสถิติระดับประวัติศาสตร์ต่อไป โดยเจ้าตัวทำไปแล้ว 16 ประตูรวมในฟุตบอลโลกตลอดอาชีพ เทียบเท่า มิโรสลาฟ โคลเซ่ และตามหลังสถิติสูงสุดของ ลิโอเนล เมสซี่ เพียง 2 ประตูเท่านั้น ทำให้รอบน็อกเอาต์ของฝรั่งเศสน่าจับตามองยิ่งกว่าเดิม เพราะนอกจากเส้นทางลุ้นแชมป์ ทีมตราไก่ยังมีสองแนวรุกที่กำลังไล่ล่าทั้งดาวซัลโวและสถิติประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO