โคลอมเบียเจ๊าโปรตุเกส 0-0 สุดดรามา! VAR ริบประตูชัยนาทีบาป กอดคอลิ่วรอบน็อกเอาต์
สิ้นสุดลงไปเรียบร้อยสำหรับเกมบอลโลกนัดสุดท้ายของกลุ่ม K ที่สู้กันได้ดุเดือดสมการรอคอย โดยทัพ “โคคา” โคลอมเบีย เปิดเกมรุกแลกหมัดกับ “ฝอยทอง” โปรตุเกส ชนิดที่แฟนบอลนั่งไม่ติดเก้าอี้ ก่อนจะจบลงด้วยการแบ่งแต้มสุดดรามาแบบไม่มีสกอร์ ส่งผลให้ทั้งสองทีมกอดคอลิ่วข้ามฝั่งสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ พร้อมพกสถิติไร้พ่ายในรอบแบ่งกลุ่มพ่วงไปด้วยกันทั้งคู่ ส่วนบทสรุปตารางคะแนนและเส้นทางนัดต่อไปของกลุ่มนี้จะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันได้เลยครับ
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม
โคลอมเบีย (4-3-3): คามิโล วาร์กัส; ซานติอาโก อาริอาส, ดาบินซอน ซานเชซ, ยอน ลูกูมี, เดเบอร์ มาชาโด; กุสตาโว ปวยร์ตา, เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา, ยอน อาริอาส; ฮาเมส โรดริเกซ, ยอน กอร์โดบา, ลุยส์ ดิอาซ
โปรตุเกส (4-2-3-1): ดิโอโก คอสตา; ฌาว กังเซลู, รูเบน ดิอาส, เรนาโต เวกา, นูโน เมนเดส; รูเบน เนเวส, วิตินญา; เปโดร เนโต, บรูโน เฟอร์นันเดส, ฌาว เฟลิกซ์; คริสเตียโน โรนัลโด
ครึ่งแรก
นาที 2: โอกาสลุ้นประตูช่วงต้นเกม! ลุยส์ ดิอาซ หลุดหนี คังเซโล ทางฝั่งซ้ายก่อนกึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าเขตโทษ บอลแฉลบมาเข้าทาง ยอน กอร์โดบา ได้โหม่งข้ามคานไปนิดเดียว
นาที 8: วาร์กัส เปิดบอลยาวขึ้นหน้า กอร์โดบา ชนะดวลเบียดกับ เวกา ก่อนจ่ายออกข้างให้ ฮาเมส โรดริเกซ ได้สับไกยิงเลียดหลุดเสาขวาออกไป
นาที 17: โอกาสทองของทั้งสองทีม! โปรตุเกสบุกขึ้นมา โรนัลโด ตอกส้นจังหวะเดียวแต่โดน ลูกูมี ดักไว้ได้ โคลอมเบียสวนกลับทันที กอร์โดบา เบียดเอาชนะ แฟร์นันเดส ก่อนตะบันเต็มข้อ คอสตา ต้องซุปเปอร์เซฟปัดทิ้งไปได้
นาที 22: เกือบขึ้นนำ! โคลอมเบียต่อบอลกันอย่างสวยงาม ฮาเมส แทงทะลุช่องให้ ยอน อาริอาส หลุดไปทางขวาก่อนยิงเลียดผ่านผู้รักษาประตูไปแล้ว แต่ รูเบน เนเวส ยังคุมเส้นเคลียร์ทิ้งได้อย่างหวุดหวิด
นาที 40: วาร์กัส เซฟมหัศจรรย์! บรูโน แฟร์นันเดส พลิกตัวยิงในกรอบเขตโทษ โดน คามิโล วาร์กัส นายทวารจอมเก๋าพุ่งปัดไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม โรนัลโด พยายามจะตีลังกายิงซ้ำแต่ไม่โดน ก่อนที่ เนเวส จะวิ่งมาหวดซ้ำดาบสามหลุดกรอบไป
นาที 42: ฌาว เฟลิกซ์ เกือบได้ส้มหล่น! เฟลิกซ์ แอบสอดแนวรับหลุดไปทางซ้ายจากจังหวะทุ่มบอล พักอกแต่งบอลอย่างนิ่มนวลก่อนจะกระโดดวอลเลย์ข้ามคานไปนิดเดียว
นาที 45+2: โรนัลโด หาช่องแต่งเข้าขวาแล้วยิงนอกกรอบแต่ติดบล็อก ดาบินซอน ซานเชซ อย่างจัง ฮาเมส พยายามจะสวนกลับแต่โดน นูโน เมนเดส ฟาวล์ตัดเกม ทว่ากรรมการให้เปรียบเปรี้ยว ฮาเมส ลุกขึ้นมาสปีดไปร่วมเกมรุกก่อนได้สับไกยิงที่หน้ากรอบเขตโทษ คอสตา ต้องบินเซฟช่วยโปรตุเกสไว้
45’+3′: จบครึ่งแรก: โคลอมเบีย 0-0 โปรตุเกส
ครึ่งหลัง
นาที 55: เดเบอร์ มาชาโด จ่ายบอลให้ เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา ได้ตั้งป้อมตะบันเต็มข้อ บอลพุ่งแรงจน ดิโอโก คอสตา ต้องย่อตัวทุบเล็งทิ้งไปอย่างหวุดหวิด
นาที 60: คริสเตียโน โรนัลโด พลาดโอกาส! ดีโอโก ดาโลต์ จ่ายให้ ฌาว เฟลิกซ์ หลุดเข้าพื้นที่ว่างก่อนแทงต่อให้ โรนัลโด หลุดไปซัดหลุดเสาขวาออกไป ทว่าไลน์แมนยกธงล้ำหน้าตามหลังมา
นาที 62: เกือบขึ้นนำ! ฮาเมส โรดริเกซ โชว์คลาสจ่ายบอลฉีกแนวรับโปรตุเกส ก่อนที่บอลจะถูกปาดกลับมาให้ ริชาร์ด ริออส วิ่งมาแปเน้นๆ ด้วยข้างเท้าด้านใน บอลพุ่งเฉียดเสาขวาออกไปนิดเดียว
นาที 66: ยอน อาริอาส แต่งบอลปั่นด้วยขวาจากฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ บอลโค้งจะเสียบเสาไกล แต่ คอสตา ยังซุปเปอร์เซฟปัดทิ้งออกหลังไปได้
นาที 74: ฮาเมส เกือบได้ส้มหล่น! จอมทัพโคลอมเบียวิ่งสปีดเข้าหาบอลขลุกขลิกก่อนกระโดดวอลเลย์สวนทันที บอลแฉลบแนวรับโปรตุเกสย้อยข้ามคานไปนิดเดียว
นาที 90+1: ดรามา VAR ริบประตู! โคลอมเบียได้ลูกเตะมุม ดาบินซอน ซานเชซ เทกตัวขึ้นโขกเน้นๆ ตุงตาข่ายอย่างสวยงาม แฟนบอลเฮลั่น stadium แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้า และหลังจาก VAR เช็กมุมกล้องอย่างละเอียด ปรากฏว่าปลายเท้าของ ซานเชซ ล้ำหน้าไปเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น ทำให้โคลอมเบียไม่ได้ประตูชัย
90’+6′: จบเกม: โคลอมเบีย 0-0 โปรตุเกส
สรุปภาพรวมหลังเกม ปานามา vs อังกฤษ
เกมส่งท้ายกลุ่ม K ที่ไมอามีจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 แบบสุดมันส์ โดยตลอดเกมเป็นโคลอมเบียที่อาศัยความดุดันและเสียงเชียร์อันล้นหลามเปิดเกมรุกเข้าใส่จนสร้างโอกาสทองได้หลายครั้ง บีบให้ ดิโอโก คอสตา ต้องออกแรงเซฟพัลวัน ขณะที่โปรตุเกสก็มีจังหวะสวนกลับให้ได้ลุ้นอยู่เป็นระยะ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนชื้นจนนักเตะทั้งสองทีมเริ่มแผ่วปลาย ไฮไลท์สำคัญเกิดขึ้นในช่วงทดเจ็บเมื่อ ดาบินซอน ซานเชซ โหม่งให้โคลอมเบียเข้าประตูไปแล้ว แต่ถูก VAR ริบคืนเนื่องจากล้ำหน้าไปเพียงนิดเดียว ทำให้สุดท้ายกินกันไม่ลงและแบ่งแต้มกันไปอย่างสุดดรามา
สรุปตารางคะแนน กลุ่ม K
อันดับ 1 โคลอมเบีย: 7 คะแนน (แชมป์กลุ่ม)
อันดับ 2 โปรตุเกส: 5 คะแนน (รองแชมป์กลุ่ม)
อันดับ 3 ดีอาร์ คองโก: 4 คะแนน (ผ่านเข้ารอบในฐานะหนึ่งในทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด)
อันดับ 4 อุซเบกิสถาน: 0 คะแนน (ตกรอบ)
วิเคราะห์สถานการณ์และการแข่งขันนัดต่อไปในรอบน็อกเอาต์
โคลอมเบีย (แชมป์กลุ่ม K) พบ กานา
โคลอมเบียผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ในฐานะแชมป์กลุ่ม K หลังเก็บได้ 7 คะแนนจาก 3 นัด พร้อมสถิติไร้พ่าย เกมรับเสียเพียงประตูเดียวตลอดรอบแบ่งกลุ่ม แสดงให้เห็นถึงความแน่นอนและวินัยในเกมรับที่ดีมาก
การพบกับ กานา ถือว่าไม่ง่าย เพราะทีมจากแอฟริกามีจุดเด่นเรื่องพละกำลัง ความเร็ว และเกมรับที่ค่อนข้างเหนียวแน่น แต่ด้วยคุณภาพเกมรุกที่หลากหลายกว่า รวมถึงฟอร์มโดยรวมที่สม่ำเสมอ โคลอมเบียยังถูกมองว่าเป็นฝ่ายได้เปรียบ หากรักษามาตรฐานเดิมได้ พวกเขามีโอกาสดีที่จะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย
โปรตุเกส (รองแชมป์กลุ่ม K) พบ โครเอเชีย
โปรตุเกสจบอันดับ 2 ของกลุ่ม K ด้วยผลงาน 5 คะแนน แม้ยังไม่แพ้ใคร และมีเกมรุกที่ยิงได้ถึง 6 ประตู แต่การเสมอ 2 นัดทำให้พวกเขาพลาดโอกาสจบแชมป์กลุ่มไปอย่างน่าเสียดาย
รอบต่อไป โปรตุเกสต้องเจอกับ โครเอเชีย ซึ่งถือเป็นบิ๊กแมตช์ของรอบ 32 ทีมสุดท้าย ทั้งสองทีมมีประสบการณ์สูงและเต็มไปด้วยผู้เล่นคุณภาพ เกมนี้จึงน่าจะวัดกันที่ความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย โปรตุเกสอาจดูเหนือกว่าเล็กน้อยจากศักยภาพเกมรุก แต่โครเอเชียเป็นทีมที่ประมาทไม่ได้เด็ดขาด โดยเฉพาะถ้าเกมเข้าสู่ช่วงกดดัน
ดีอาร์ คองโก (อันดับ 3 กลุ่ม K) พบ อังกฤษ
ดีอาร์ คองโกเก็บได้ 4 คะแนน จบอันดับ 3 ของกลุ่ม K และผ่านเข้ารอบในฐานะหนึ่งในทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด จุดเด่นของพวกเขาคือเกมรุกที่มีความเร็ว พละกำลัง และจังหวะสวนกลับที่อันตราย โดยยิงได้ถึง 4 ประตูจาก 3 นัด
อย่างไรก็ตาม การเจอกับ อังกฤษ ถือเป็นงานหนักที่สุดงานหนึ่งในรอบนี้ เพราะอังกฤษเข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่ม L และมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งทั้งเกมรุกและเกมรับ หากดีอาร์ คองโกหวังสร้างเซอร์ไพรส์ พวกเขาต้องเล่นเกมรับให้มีวินัยมากที่สุด พร้อมใช้จังหวะสวนกลับให้คม แต่โดยภาพรวม อังกฤษยังเป็นฝ่ายที่ดูเหนือกว่าและมีโอกาสผ่านเข้ารอบมากกว่า
บทสรุปอันเข้มข้นของกลุ่ม K
ได้ทีมลิ่วสู่รอบน็อกเอาต์บอลโลก 32 ทีมสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อย โดย โคลอมเบีย คว้าแชมป์กลุ่มไปด้วยผลงานไร้พ่าย เสียเพียงประตูเดียว และจะเข้าไปพบกับ กานา ที่แม้พละกำลังดีแต่โคลอมเบียยังดูเหนือกว่าด้วยมิติเกมรุกที่หลากหลาย ขณะที่ โปรตุเกส เข้ารอบมาเป็นอันดับ 2 แบบไร้พ่ายเช่นกัน แต่ต้องเจองานหนักในบิ๊กแมตช์กับ โครเอเชีย ที่ต้องวัดกันด้วยความเฉียบคมและความเก๋าเกม ปิดท้ายด้วย ดีอาร์ คองโก ที่เบียดเข้ารอบมาในฐานะทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด โดยต้องเจอบททดสอบสุดหินกับยักษ์ใหญ่อย่าง อังกฤษ ซึ่งพวกเขาจำเป็นต้องเน้นเกมรับให้เหนียวแน่นและอาศัยจังหวะสวนกลับเร็วหากหวังจะสร้างปาฏิหาริย์ในรอบต่อไป

