ฝรั่งเศสถล่มอิรัก 3-0 ลิ่วรอบ 32 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 เอ็มบัปเป้กดเบิ้ล
ศึกฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม I เดินทางเข้าสู่ช่วงโค้งสำคัญ หลังฝรั่งเศสโชว์ฟอร์มแกร่งไล่อัดอิรัก 3-0 เก็บ 6 คะแนนเต็มจาก 2 นัด พร้อมตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ ขณะที่อิรักต้องกลับไปลุ้นแต้มสำคัญในเกมส่งท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม
ต่อไปเราจะพาไปชมไฮไลท์สำคัญของเกมดังกล่าว พร้อมเจาะลึกสถานการณ์ล่าสุดของทั้งสองทีม และวิเคราะห์ความน่าสนใจก่อนลงสนามในนัดสุดท้ายที่อาจส่งผลต่ออันดับในกลุ่มและเส้นทางสู่รอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลก 2026
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม
ฝรั่งเศส (4-2-3-1): ไมค์ เมญ็อง; ฌูล กูนเด, ดาโยต์ อูปาเมกาโน, วิลเลียม ซาลีบา, ลูคัส ดินเญ; มานู โกเน, อาเดรียง ราบิโอต์; ไมเคิล โอลิเซ, อุสมาน เดมเบเล, แบรดลีย์ บาร์โกลา; คีลิยัน เอ็มบัปเป้
อิรัก (4-2-3-1): ฮุสเซน อาลี,อาเหม็ด บาซิล, อากัม ฮาชิม,ซาอิด ทาห์ซีน, เมอร์ชาส ดอสกี; อาเมียร์ อัล อัมมาริ, ซาอิด อิสมาเอล; อิบราฮิม บาเยช, อาเหม็ด กาเซ็ม, ซีดาน อิกบาล, ไอมาน ฮุสเซน
ครึ่งแรก
นาที 6: อาเมียร์ อัล อัมมาริของอิรักโดนใบเหลืองแรก หลังตัดฟาวล์เอ็มบัปเป้ที่กำลังเลี้ยงตัดเข้ากลาง
นาที 8: ฝรั่งเศสได้ลูกฟรีคิกและเตะมุมต่อเนื่อง แต่แนวรับอิรักยังเคลียร์ได้ ก่อนเอ็มบัปเป้ยิงหลุดกรอบ
นาที 14: ประตู! ฝรั่งเศสขึ้นนำ 1-0 ไมเคิล โอลิเซจ่ายให้คีลิยัน เอ็มบัปเป้ซัดเต็มแรง บอลพุ่งผ่านมืออาเหม็ด บาซิลเข้าไปอย่างสุดสวย
นาที 20: บาร์โกลาโชว์สปีดพาบอลไปถึงเส้นหลังฝั่งซ้าย แต่แนวรับอิรักช่วยกันสกัดออกมาได้
นาที 26: อิรักเปลี่ยนตัวเร็ว อาลี อัล ฮามาดีลงมาแทนไอมาน ฮุสเซนที่เจ็บโคนขาหนีบ
นาที 28: เมอร์ชาส ดอสกีเปิดบอลจากฝั่งซ้ายให้ฮามาดีโหม่งเสาสอง แต่บอลหลุดออกไปอย่างน่าเสียดาย
นาที 35: ซีดาน อิกบาลโชว์สกิลหมุนตัวกลางสนาม หลบผู้เล่นฝรั่งเศสได้อย่างสวยงาม เรียกเสียงฮือฮาจากแฟน ๆ
นาที 42: เอ็มบัปเป้หลบแนวรับเข้าไปในเขตโทษ แต่ฮุสเซน อาลีสไลด์บล็อกได้อย่างยอดเยี่ยม ป้องกันไม่ให้ฝรั่งเศสได้ประตูที่สอง
นาที 45: อัล ฮามาดีพักบอลและพยายามพาทีมบุกขึ้นมา ก่อนถูกโกเนทำฟาวล์ให้อิรักได้ฟรีคิกในตำแหน่งน่าลุ้น
นาที 49: จบครึ่งแรก: ฝรั่งเศส 1-0 อิรัก ฝรั่งเศสครองเกมและได้ประตูนำจากเอ็มบัปเป้ แต่อิรักก็มีจังหวะสวนกลับและการเล่นที่เหนียวแน่น ทำให้เกมยังเปิดกว้างในครึ่งหลัง
ครึ่งหลัง
นาที 46: เกมกลับมาเริ่มครึ่งหลัง ฝรั่งเศสเขี่ยบอลเปิดเกมต่อในสนามที่ยังมีน้ำขังจากฝน
นาที 54: ประตู! ฝรั่งเศสหนี 2-0 — แนวรับอิรักผิดพลาดส่งบอลคืนไม่ดี โดนเดมเบเลฉกแล้วจ่ายให้เอ็มบัปเป้ยิงง่าย ๆ เป็นประตูที่สองของเขาในเกมนี้
นาที 58: โอลิเซได้โอกาสยิงชิพจากมุมเขตโทษ แต่บอลไปชนคานอย่างน่าเสียดาย
นาที 59: เดมเบเลได้ยิงแรงจากฝั่งขวา บาซิลต้องออกแรงเซฟ ก่อนราบิโอต์โหม่งซ้ำแต่ไม่ตรงกรอบ
นาที 66: ประตู! ฝรั่งเศส 3-0 โอลิเซจ่ายทะลุช่องให้เดมเบเลหลุดไปยิงผ่านมือบาซิล เข้าประตูเป็นลูกแรกของเขาในฟุตบอลโลก
นาที 68: ฝรั่งเศสเปลี่ยนตัว โอลิเซออกให้เชอร์กี, เดมเบเลออกให้ดูเอ, ส่วนอิรักส่งไอมาร์ เชอร์และยูซุฟ อามีนลงสนาม
นาที 76: อาลี อัล ฮามาดีได้โอกาสโหม่งจ่อ ๆ แต่บอลเฉียดเสาออกไปอย่างหวุดหวิด
นาที 83: ฝรั่งเศสเปลี่ยนตัวอีกครั้ง บาร์โกลาออกให้มากเนส อัคลิอูช และกูนเดออกให้มาโล กุสโต
นาที 90: เอ็มบัปเป้ได้บอลจากความผิดพลาดแนวรับอิรัก แต่ยิงหลุดข้ามคานไป
นาที 90+1: ฝรั่งเศสเปลี่ยนตัวสุดท้าย เอ็มบัปเป้ออกให้มาร์คุส ตูราม หลังทำสองประตูในเกมนี้
นาที 93: จบเกม: ฝรั่งเศส 3-0 อิรัก ฝรั่งเศสโชว์ความเหนือชั้น เอ็มบัปเป้ยิงสอง เดมเบเลยิงหนึ่ง คว้าชัยไปอย่างเด็ดขาด
ภาพรวมแมตช์ ฝรั่งเศส vs อิรัก
ฝรั่งเศสโชว์ฟอร์มเหนือกว่าอิรักตลอดทั้งเกม เปิดฉากได้ประตูนำเร็วจากเอ็มบัปเป้ ก่อนจะบวกเพิ่มอีกหนึ่งในครึ่งหลังจากความผิดพลาดแนวรับอิรัก และเดมเบเลยิงปิดท้ายเป็น 3-0 เกมนี้ฝรั่งเศสครองบอลและสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง ขณะที่อิรักก็มีจังหวะสวนกลับและโอกาสใกล้เคียงแต่ไม่เฉียบคมพอ สุดท้ายฝรั่งเศสเก็บชัยชนะสบาย ๆ พร้อมการันตีการผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย และเดินหน้าลุ้นแชมป์กลุ่มในนัดส่งท้ายต่อไป
เกมนัดต่อไปของทั้งสองทีม
นอร์เวย์ vs ฝรั่งเศส
วันที่แข่งขัน: 27 มิถุนายน 2026
สนาม: Boston Stadium, เมืองฟอกซ์โบโรห์, สหรัฐอเมริกา
เวลา: 02:00 น. (เวลาประเทศไทย)
หลังผ่าน 2 นัดแรก ฝรั่งเศสเก็บชัยชนะรวดจากการเอาชนะเซเนกัล 3-1 และอิรัก 3-0 ทำให้มี 6 คะแนนเต็ม การันตีผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว ขณะที่นอร์เวย์ก็ทำผลงานยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน หลังถล่มอิรัก 4-1 และเฉือนเซเนกัล 3-2 เก็บ 6 คะแนนเต็มเช่นเดียวกัน ทำให้เกมนี้กลายเป็นศึกตัดสินแชมป์กลุ่ม I โดยตรง
ฝรั่งเศสกำลังอยู่ในช่วงมั่นใจอย่างมาก โดยเฉพาะ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ยิงประตูได้ต่อเนื่อง ขณะที่แนวรุกอย่าง อุสมาน เดมเบเล่ และ ไมเคิล โอลิเซ่ ก็กำลังเล่นได้อย่างเข้าขา ส่วนทางนอร์เวย์มีอาวุธสำคัญอย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่พร้อมสร้างปัญหาให้แนวรับฝรั่งเศสได้ตลอดเวลา เกมนี้จึงมีแนวโน้มเป็นหนึ่งในคู่ที่สนุกที่สุดของรอบแบ่งกลุ่ม
สกอร์ที่คาด: นอร์เวย์ 1-2 ฝรั่งเศส
เซเนกัล vs อิรัก
วันที่แข่งขัน: 27 มิถุนายน 2026
สนาม: Toronto Stadium (BMO Field), เมืองโตรอนโต, แคนาดา
เวลา: 02:00 น. (เวลาประเทศไทย)
อิรักแพ้มา 2 นัดติดต่อกัน โดยเสียไปถึง 7 ประตูจากการพบกับนอร์เวย์และฝรั่งเศส ทำให้สถานการณ์ค่อนข้างยากลำบาก อย่างไรก็ตาม ด้วยระบบการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่เปิดโอกาสให้บางทีมอันดับ 3 ผ่านเข้ารอบได้ อิรักยังจำเป็นต้องเก็บแต้มให้ได้ในเกมสุดท้ายเพื่อรักษาความหวังเอาไว้
ด้านเซเนกัลเองก็อยู่ภายใต้แรงกดดันไม่ต่างกัน หลังพ่ายให้ทั้งฝรั่งเศสและนอร์เวย์ ทำให้เกมนี้มีความหมายอย่างมากสำหรับทั้งสองฝ่าย เพราะผู้ชนะจะมีโอกาสลุ้นอันดับ 3 ที่ดีที่สุดเพื่อผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ขณะที่ผู้แพ้อาจต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านทันที
สกอร์ที่คาด: เซเนกัล 2-1 อิรัก
สรุปการแข่งขัน
ฝรั่งเศสยังคงเดินหน้าในเส้นทางลุ้นแชมป์โลกได้อย่างแข็งแกร่ง หลังเก็บชัยชนะสองนัดรวดและการันตีการผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว โดยนอกจากผลงานอันยอดเยี่ยมของทีมแล้ว คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ยังกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามอง หลังซัดเพิ่มอีก 2 ประตูจนขยับสถิติยิงในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็น 16 ประตู เทียบเท่าสถิติของ มิโรสลาฟ โคลเซ่ และตามหลังสถิติสูงสุดตลอดกาลของ ลิโอเนล เมสซี่ เพียง 2 ประตูเท่านั้น ทำให้การลุ้นดาวยิงประวัติศาสตร์ของเขายังคงเป็นเรื่องน่าติดตามตลอดทัวร์นาเมนต์นี้
ด้านอิรักแม้จะต้องพบกับความพ่ายแพ้เป็นนัดที่สอง แต่ยังเหลือภารกิจสำคัญในเกมสุดท้ายกับเซเนกัลเพื่อลุ้นจบอันดับที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่ฝรั่งเศสจะลงสนามพบกับนอร์เวย์ในศึกตัดสินแชมป์กลุ่ม I ซึ่งนอกจากการแย่งตำแหน่งจ่าฝูงแล้ว สายตาของแฟนบอลทั่วโลกยังคงจับจ้องไปที่เอ็มบัปเป้ ว่าเขาจะสามารถไล่ล่าหรือทำลายสถิติการทำประตูในฟุตบอลโลกของเมสซี่ได้หรือไม่ในเวิลด์คัพครั้งนี้

