สหรัฐฯ โชว์โหดถล่มปารากวัย 4-1! บาโลกันเบิ้ล พาเจ้าภาพร่วมผงาดจ่าฝูงกลุ่ม D
ทัพมะกันระเบิดฟอร์มโหด! สหรัฐอเมริกาถล่มปารากวัย 4-1 ประเดิมฟุตบอลโลก 2026 อย่างร้อนแรง เก็บสามแต้มแรกเข้ากระเป๋า พร้อมทะยานขึ้นเป็นทีมที่น่าจับตามองในกลุ่ม D ทันที
ต่อหน้าเสียงเชียร์กระหึ่มของแฟนบอลเจ้าถิ่น แข้งสหรัฐฯ โชว์เกมรุกดุดันและเฉียบคมตลอด 90 นาที ก่อนปิดฉากด้วยชัยชนะขาดลอย 4-1 ส่งปารากวัยพ่ายนัดแรกแบบเจ็บปวด และทำให้การแข่งขันในกลุ่มนี้เริ่มต้นอย่างเข้มข้นเกินคาดตั้งแต่เกมเปิดสนาม
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม
สหรัฐอเมริกา XI (4-2-3-1): แมตต์ ฟรีส; แอนโทนี โรบินสัน, ทิม รีม, คริส ริชาร์ดส์, อเล็กซ์ ฟรีแมน; ไทเลอร์ อดัมส์, มาลิก ทิลล์แมน; คริสเตียน พูลิซิช, เวสตัน แม็คเคนนี, เซอร์จิโน เดสต์; โฟลาริน บาโลกัน
ปารากวัย XI (4-4-2): ออร์ลันโด กิลล์; จูเนียร์ อลอนโซ, โอมาร์ อัลเดเรเต, กุสตาโว โกเมซ, ฮวน โฆเซ กาเซเรส; มิเกล อัลมิรอน, ดาเมียน โบบาดิยา, อันเดรส คูบาส, ดีเอโก โกเมซ; ฮูลิโอ เอนซิโซ, อันโตนิโอ ซานาเบรีย
ครึ่งแรก
นาที 7: สหรัฐฯ ออกนำ 1-0 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ดาเมียน โบบาดิยา หลังถูกกดดันจากการประสานงานของ พูลิซิช และ แม็คเคนนี
นาที 28: โฟลาริน บาโลกัน ยิงเข้าไป แต่ถูกปฏิเสธเพราะล้ำหน้า
นาที 31: บาโลกันแก้ตัวสำเร็จ ยิงประตูจากการแอสซิสต์ของ พูลิซิช ทำให้สหรัฐฯ นำ 2-0
นาที 37: คริส ริชาร์ดส์ โหม่งจากลูกเตะมุมเกือบเป็นประตู แต่บอลชนเสาออกไป
นาที 43: ทิลล์แมน ได้โอกาสยิงระยะใกล้ แต่ถูก ออร์ลันโด กิลล์ เซฟได้อย่างยอดเยี่ยม
นาที 45+5: บาโลกันยิงประตูที่สองของตัวเอง (เบรซ) จากการจ่ายทะลุช่องสุดเฉียบของ ทิลล์แมน สหรัฐฯ หนีห่าง 3-0
ครึ่งหลัง
นาที 47–55: บาโลกันได้โอกาสยิงหลายครั้ง แต่แนวรับปารากวัยและผู้ตัดสินไม่ให้จุดโทษจากจังหวะปะทะกับอัลเดเรเต
นาที 53: VAR ตรวจสอบแล้วเปลี่ยนคำตัดสิน ให้ใบเหลืองกับ อัลมิรอน ฐานพุ่งล้ม (simulation)
นาที 59: ไทเลอร์ อดัมส์ ถูกใบเหลืองหลังผลัก เมาริซิโอ
นาที 62–72: มีการเปลี่ยนตัวหลายราย ทั้งฝั่งสหรัฐฯ (ส่ง เวอาห์ และ เปปี) และปารากวัย (ส่ง อาร์เซ, โซซา, โรเมโร, เวลาซเกซ)
นาที 73: ปารากวัยตีไข่แตก 3-1 จากการประสานงานของ เอนซิโซ จ่ายให้ เมาริซิโอ ยิงเข้าไป
นาที 77: ทิโมธี เวอาห์ ได้ลองยิงทันทีหลังลงสนาม แต่บอลข้ามคาน
นาที 79–88: ปารากวัยโดนใบเหลืองเพิ่มจาก ดีเอโก โกเมซ และ อเล็กซ์ อาร์เซ
นาที 90+3: อลอนโซ ดึงเสื้อ อดัมส์ โดนใบเหลืองอีกคน
นาที 90+8: สหรัฐฯ ปิดท้าย 4-1 จากการยิงสุดสวยของ โจวานนี เรย์นา ที่ได้บอลจาก อเล็กซ์ ฟรีแมน
ภาพรวมแมตช์ สหรัฐฯ vs ปารากวัย ฟุตบอลโลก 2026
สหรัฐอเมริกาเปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 ได้อย่างร้อนแรง หลังไล่ถล่มปารากวัย 4-1 เก็บสามแต้มแรกเข้ากระเป๋า พร้อมส่งสัญญาณถึงคู่แข่งในกลุ่ม D ว่าพวกเขาพร้อมเดินหน้าลุ้นเข้ารอบอย่างเต็มตัว
เกมนี้เจ้าภาพร่วมออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อได้ประตูนำจากการทำเข้าประตูตัวเองของโบบาดิยา ก่อนที่ โฟลาริน บาโลกัน จะโชว์ความเฉียบคมกดสองประตูติดต่อกัน พาทีมหนีห่าง 3-0 ตั้งแต่จบครึ่งแรก
ครึ่งหลังปารากวัยตีไข่แตกจากเมาริซิโอ ในนาทีที่ 73 แต่สุดท้ายไม่สามารถกลับสู่เกมได้ ก่อนที่ โจวานนี เรย์นา จะซัดประตูปิดกล่องช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ส่งให้สหรัฐฯ คว้าชัยขาดลอย 4-1 อย่างสมศักดิ์ศรีเจ้าภาพร่วม
เกมถัดไปของทั้งสองทีม
สหรัฐอเมริกา พบกับ ออสเตรเลีย
วันที่แข่งขัน: 19 มิถุนายน 2026
สนาม: Lumen Field, เมืองซีแอตเทิล
เวลา: ประมาณ 02:00 น. วันที่ 20 มิ.ย. เวลาไทย
หลังเปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 ด้วยการถล่มปารากวัย 4-1 ทัพสหรัฐอเมริกาของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กำลังอยู่ในช่วงความมั่นใจเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะแนวรุกที่นำโดย โฟลาริน บาโลกัน ฮีโร่เจ้าของสองประตูในเกมล่าสุด รวมถึง คริสเตียน พูลิซิช และ ไทเลอร์ อดัมส์ ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนทีม
เกมต่อไปกับออสเตรเลียถือเป็นแมตช์สำคัญที่อาจชี้ชะตาการเข้ารอบของสหรัฐฯ หากเก็บชัยชนะได้อีกนัด พวกเขาจะขยับเข้าใกล้รอบน็อกเอาต์ทันที พร้อมรักษาโมเมนตัมอันยอดเยี่ยมจากเกมเปิดสนาม
อย่างไรก็ตาม ออสเตรเลียไม่ใช่งานง่าย แม้ชื่อชั้นจะเป็นรอง แต่จุดเด่นของพวกเขาคือเกมรับที่แข็งแกร่ง มีวินัยสูง และอันตรายในจังหวะสวนกลับ ซึ่งสหรัฐฯ จำเป็นต้องเล่นอย่างรัดกุมหากหวังเก็บสามแต้มต่อเนื่องในศึกกลุ่ม D
ปารากวัย พบกับ ตุรกี
วันแข่งขัน: 20 มิถุนายน 2026
สนาม: San Francisco Bay Area Stadium (Levi’s Stadium) เมืองซานตาคลารา
เวลา: ประมาณ 11:00 น. วันที่ 20 มิ.ย. เวลาไทย
ความพ่ายแพ้ 1-4 ต่อสหรัฐอเมริกาในเกมเปิดสนาม ทำให้ปารากวัยตกอยู่ภายใต้ความกดดันทันที และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเก็บแต้มให้ได้ในนัดถัดไป หากยังหวังรักษาเส้นทางสู่รอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลก 2026
แม้จะออกสตาร์ตได้ไม่สวยนัก แต่ทีมของ กุสตาโว อัลฟาโร่ ยังคงมีจุดเด่นเรื่องเกมรับที่เป็นระบบและความมีวินัยในการเล่น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาสู้กับทีมใหญ่ได้เสมอในช่วงที่ผ่านมา
การพบกับตุรกีจึงถูกมองว่าเป็นเกมตัดสินอนาคตของทั้งสองทีม เนื่องจากต่างเป็นคู่แข่งโดยตรงในการลุ้นอันดับ 2 ของกลุ่ม D หากปารากวัยพลาดท่าอีกครั้ง โอกาสผ่านเข้าสู่รอบต่อไปจะลดลงอย่างมาก ขณะที่ตุรกีเองก็ต้องการสามแต้มเพื่อสร้างความได้เปรียบก่อนเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม
สรุปการแข่งขัน
กลุ่ม D ร้อนแรงตั้งแต่นัดแรก เมื่อสหรัฐอเมริกาโชว์ฟอร์มสมราคาเจ้าภาพร่วม ไล่ถล่มปารากวัย 4-1 พร้อมเก็บสามแต้มสำคัญและขึ้นมาจับจองตำแหน่งทีมเต็งของกลุ่มทันที โดยแนวรุกนำโดย คริสเตียน พูลิซิช, ไทเลอร์ อดัมส์ และ โฟลาริน บาโลกัน ต่างทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และมีส่วนสำคัญต่อชัยชนะอันขาดลอยในเกมนี้
จากผลงานดังกล่าว เกมถัดไปกับออสเตรเลียจึงมีความหมายอย่างมากสำหรับทัพมะกัน เพราะหากคว้าชัยได้อีกนัด พวกเขาจะขยับเข้าใกล้การผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ทันที ขณะที่ปารากวัยไม่มีพื้นที่ให้พลาดอีกแล้ว โดยเกมพบตุรกีถูกยกให้เป็นแมตช์ชี้ชะตาในการลุ้นอันดับ 2 ของกลุ่ม
แม้สหรัฐฯ จะออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม แต่การแข่งขันในกลุ่ม D ยังไม่จบง่าย ๆ เมื่อออสเตรเลียขึ้นชื่อเรื่องเกมรับที่เหนียวแน่น ส่วนตุรกีก็เป็นทีมที่มีความแข็งแกร่งด้านแท็กติกและพร้อมสร้างปัญหาให้ทุกทีม ทำให้การแย่งตั๋วเข้าสู่รอบต่อไปยังคงเข้มข้น และมีโอกาสพลิกผันได้ตลอดเส้นทางที่เหลือ

