การคว้าแชมป์ยูโร 2024 ด้วยผู้เล่นอายุน้อยหลายคนของทีมชาติสเปน ทำให้ใน บอลโลกรอบคัดเลือกยุโรป พวกเขาถูกคาดหมายว่า น่าจะเป็นทีมที่คว้าอันดับ 1 ของกลุ่ม และผ่านเข้ารอบไปได้อย่างไม่ยาก ซึ่งพวกเขาก็ไม่ทำให้ใครต้องผิดหวังเลยจริง ๆ ด้วยการเก็บ 16 จาก 18 คะแนนเต็ม ตบเท้าเข้าสู่ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ในฐานะทีมเต็งแชมป์
กระทิงดุโชว์ฟอร์ม บอลโลกรอบคัดเลือกยุโรป สมกับเต็ง 1
ก่อนที่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย จะเริ่มขึ้น ย้อนกลับไปดูผลงานของ สเปน ในการแข่ง บอลโลกรอบคัดเลือกยุโรป ในฐานะที่พวกเขาเป็นทีมเต็ง 1 ที่ถูกมองว่ามีโอกาสคว้าแชมป์มากที่สุด ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่มี ตุรกี จอร์เจีย และ บัลแกเรีย โดยเป็นกลุ่มที่หลายคนเชื่อว่า ไม่น่าเป็นปัญหาของทัพลา โรฆา ที่จะผ่านเข้ารอบ
แค่ 2 เกมแรก สเปน ก็ทำให้ทั้งโลกได้เห็นแล้วว่า พวกเขาจองตั๋วไปเล่นบอลโลกได้แน่นอน หลังเกมแรกบุกไปชนะ บัลแกเรีย 3-0 และเกมที่สอง แม้ต้องเจอกับทีมที่ถูกมองว่าจะแย่งที่ 1 กับพวกเขาอย่าง ตุรกี แต่กลายเป็นว่าเกมนี้ สเปน บุกไปถล่มถึงบ้าน 6-0 โดยที่ มิเกล เมริโน่ ทำแฮตทริก บวกกับ 2 ประตูของ เปดรี้ และ 1 ประตูจาก เฟร์ราน ตอร์เรส
- ทีมที่เพิ่งคว้าแชมป์ยูโร 2024 อย่าง สเปน ลงเล่นในรอบคัดเลือก แทบทุกคนมั่นใจว่า พวกเขาเป็นที่ 1 ของกลุ่มแน่
- ทีมในโถที่ 2 ของกลุ่ม คือ ตุรกี แต่ทางฝั่ง สเปน ก็บุกไปถล่ม 6-0 ให้รู้ผลกันไปตั้งแต่เกมที่ 2 ของกลุ่ม แม้จะเหลืออีก 4 เกม
- สเปน เก็บชัยชนะได้ 3 นัด รวด รวมแล้วผลงานก่อนนัดสุดท้าย ลงเล่น 5 นัด ชนะรวด ไม่เสียสักประตู
ถึงแม้นัดสุดท้าย พวกเขาจะเปิดบ้านเสมอ ตุรกี 2-2 จนเสียสถิติชนะรวด แถมยังเสียประตูเป็นเกมแรก อดจบรอบคัดเลือก ด้วยผลงานไม่ถูกใครเจาะตาข่ายเหมือน อังกฤษ แต่ถึงอย่างนั้นหลายฝ่ายก็ยังคงเชื่อว่า ทัพกระทิงดุยังคงแข็งแกร่งมากพอ ที่จะเป็นทีมเต็ง 1 ในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย บนแผ่นดินทวีปอเมริกาเหนือ
ขุมกำลังที่แข็งแกร่ง ไม่มีหวั่นคู่แข่งเลยสักทีม
แชมป์ยูโร 2024 ที่ทีมชาติสเปนได้มา ก่อนที่จะลงแข่งขัน บอลโลกรอบคัดเลือกยุโรป ด้วยการมีผู้เล่นอายุน้อยในทีมอย่าง ลามีน ยามาล, เปดรี้, นิโก้ วิลเลียมส์ ผนึกกำลังกับแข้งวัยเก๋าอย่าง ดานี่ การ์บาฆาล และ อัลบาโร่ โมราต้า
รวมไปถึงผู้เล่นที่กำลังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพอย่าง โรดรี้, ฟาเบียน รุยซ์, มาร์ค คูคูเรย่า, มิเกล เมริโน่, มิเกล โอยาร์ซาบัล และ ดานี่ โอลโม่ ซึ่งเพิ่มความแข็งแกร่ง และทำให้ทีมชุดนี้ลงตัวมากขึ้น พร้อมที่จะสู้กับทุกทีมที่พวกเขาต้องเจอ ตลอดเส้นทางของการแข่งขัน
สไตล์การเล่นของทีม เน้นรุก ครองบอล โจมตีเร็ว
สิ่งที่เรานึกถึงรูปแบบการเล่นของ สเปน ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ก็คือ พวกเขาเป็นทีมที่เล่นเกมบุกเป็นหลัก พยายามที่จะครองเกมเหนือกว่าคู่แข่งอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเจอกับทีมไหนก็ตาม ต่อให้เป็น ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี ก็ไม่ทำให้พวกเขาต้องเปลี่ยนแนวทาง เพราะการเล่นเกมบุก เน้นครองเกมให้เหนือกว่าคู่แข่ง มันอยู่ใน DNA ของพวกเขามาโดยตลอด
คู่แข่งที่กระทิงดุ เตรียมพุ่งชน
ด้วยผลงานใน บอลโลกรอบคัดเลือกยุโรป ที่ทีมชาติสเปน ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้อัตโนมัติ และเป็นทีมอันดับ 1 ของฟีฟ่า แรงกิ้ง ก่อนการจับสลากในรอบแบ่งกลุ่ม แน่นอนว่าพวกเขาได้เป็นทีมวางในโถ 1 ซึ่งผลการจับสลากที่ออกมา ปรากฏว่า พวกเขาได้อยู่ในกลุ่มเอช โดยจะต้องเจอกับ กาบูเวร์ดี, ซาอุดิอาระเบีย และ อุรุกวัย
ซึ่งด้วยผลการจับสลากที่ออกมาแบบนี้ ไม่ใช่ว่าไม่เคารพในทีมคู่แข่งร่วมกลุ่ม แต่ทางฝั่ง สเปน ถูกยกให้เป็นเต็ง 1 ทันที เป็นทีมที่ดูมีโอกาสคว้าแชมป์โลก มากกว่าทีมอื่น ๆ อยู่เล็กน้อย
– จากผลการจับสลากในรอบแบ่งกลุ่ม เชื่อว่า สเปน ไม่น่าพลาดที่จะเข้ารอบในฐานะที่ 1 ของกลุ่มเอช
– ในรอบน็อกเอาท์ คาดว่าพวกเขาจะไม่ได้เจอกับทีมยักษ์ใหญ่ อย่างน้อยจนกว่าจะถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย
– สำหรับเกมในรอบ 8 ทีม หากเจ้าภาพ สหรัฐฯ เข้ารอบมาในฐานะที่ 1 ของกลุ่ม มีโอกาสที่สองทีมจะเจอกัน
ศึกหนักของ สเปน ถูกมองว่า จะเป็นรอบรองชนะเลิศ หาก ฝรั่งเศส กรุยทางเข้ารอบมาตามนัด แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอลุ้นคู่แข่งทีมอื่นในสายบน ที่น่าจะมีทั้ง เยอรมนี และ เนเธอร์แลนด์ ซึ่งอาจเป็นก้างขวางคอของ ฝรั่งเศส ได้เหมือนกัน
อยู่สายบน ดีกว่าอยู่สายล่าง
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ สเปน เป็นเต็ง 1 นอกจากผลงานใน บอลโลกรอบคัดเลือกยุโรป ก็คือการคาดการณ์ในรอบน็อกเอาท์ ถ้าหาก บราซิล อังกฤษ อาร์เจนติน่า โปรตุเกส ทีมเหล่านี้ต่างเข้ารอบมาเป็นที่ 1 ของกลุ่มด้วยกันทั้งหมด พวกเขาจะอยู่คนละสายกับ สเปน และต้องตัดกันเองในรอบ 8 ทีมสุดท้าย กับรอบรองชนะเลิศ
แน่นอนว่า นี่เป็นเพียงการคาดการณ์คร่าว ๆ เท่านั้น และฟุตบอลโลกก็มีประวัติการพลิกล็อกเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งการเป็นเต็งแชมป์ของ สเปน ก็ไม่ได้หมายความว่า ทีมอื่นไม่มีโอกาสเป็นแชมป์ แต่บทสรุปจะเป็นอย่างไรนั้น อีกไม่นานเราจะได้รู้ผลกัน

