บอลโลก2026 การแข่งในรูปแบบใหม่ ที่ 3 ยังได้ลุ้นเข้ารอบ
นี่เป็นครั้งแรกที่เราจะได้เห็นว่า ในการแข่ง บอลโลก2026 รอบสุดท้าย มีถึง 48 ทีมที่เข้าร่วม แล้วพอโควตาถูกเพิ่มจาก 32 เป็น 48 ทีม โดยที่ยังมีแข่งในรอบแบ่งกลุ่ม ต่อให้จะต้องมี 12 กลุ่มก็ตาม มีเกมให้แฟน ๆ ได้ดูกันเยอะขึ้น แต่กลายเป็นว่าทีมอันดับ 3 มีลุ้นเข้ารอบได้ ลุ้นเดือดถึงนัดสุดท้าย ทุกเกมมีความหมาย แบบที่เราเห็นกันมาแล้วในยูโร
48 ทีมใน บอลโลก2026 ทำให้ที่ 3 ของกลุ่มได้ลุ้นเข้ารอบ
ก่อนที่จะมี 48 ทีมใน บอลโลก2026 รายการนี้ก็ผ่านการเพิ่มโควตาของทีมในรอบสุดท้าย มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งใน 3 ครั้งแรกของการแข่งขัน จำนวนทีมอาจยังไม่นิ่ง
จำนวนทีมมานิ่งเอาจริง ๆ ก็คือเริ่มจากปี 1954 ที่มี 16 ทีมในรอบสุดท้าย แล้วก็ใช้จำนวนนี้ลากมายาว ๆ จนถึงปี 1978 แล้วถึงปรับเพิ่มให้มี 24 ทีม (1982-1994), ปรับ 32 ทีม (1998-2022) และล่าสุดที่คุณคงได้เห็นกันไปแล้ว ก็คือ 48 ทีมในครั้งนี้ แต่พอปรับให้เป็น 48 ทีม แล้วยังมีรอบแบ่งกลุ่มอยู่อีก กลุ่มละ 4 ทีม จะปล่อยให้ทีมที่เข้ารอบ มีแค่กลุ่มละ 2 ทีมก็ไม่ได้
- รอบน็อกเอาท์ ถ้ามี 24 ทีมแล้วแข่งไม่ลงตัว ทำให้ต้องมีทีมอันดับสามเข้ารอบมาอีก 8 ทีม ในการแข่งรอบ 32 ทีม
- ทีมอันดับสามที่ได้เข้ารอบ ก็จะดูจากทีมที่มีผลงานดีที่สุด 8 ทีม จาก 12 กลุ่ม
- คาดว่าทีมที่มีอย่างน้อย 3 คะแนน จาก 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม จะมีโอกาสสูงที่จะได้ผ่านเข้ารอบ
แม้ว่าในรอบต่อไป ทีมอันดับสามทั้งหมด 8 ทีม ที่ผ่านเข้าไปเล่นในรอบน็อกเอาท์ 32 ทีมสุดท้าย ส่วนใหญ่เตรียมเจอกับทีมอันดับ 1 ของแต่ละกลุ่ม เมื่อดูจากสายแข่งที่มีตารางออกมาแล้วล่วงหน้า และมีโอกาสตกรอบนี้สูง แต่นี่คือฟุตบอลโลก หากทีมไหนเข้ารอบไปได้ และได้แข่งในเกมที่นัดเดียวรู้ผล ทุกคนคงรู้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
รอบน็อกเอาท์ ระทึกเหมือนเดิม นัดเดียวรู้ผล
สำหรับ บอลโลก2026 ครั้งนี้ รอบน็อกเอาท์จะเริ่มที่รอบ 32 ทีม ไม่ได้เริ่มที่รอบ 16 ทีมเหมือนในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมีผลทำให้ความเข้มข้นของแต่ละเกม ต้องลดลงไปมากขนาดนั้น
เพราะทุกทีมที่ผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ ไม่ว่าจะเป็นทีมใดที่เจอกันก็ตาม พวกเขาพร้อมสู้หลังชนฝา ในเมื่อมันไม่มีโอกาสให้แก้ตัว รอบน็อกเอาท์ที่แพ้เกมเดียว ก็คือจบ ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้าน แบบนี้มันดุเดือดแน่นอน ทีมที่ถูกมองว่าเป็นรอง ก็อาจสร้างเซอร์ไพรส์ โค่นทีมใหญ่แบบยิงโป้งเดียวตัดสิน แม้ว่าจะโดนบุกมาทั้งเกม แล้วมันก็มีให้เราเห็นมานักต่อนักแล้ว
ตารางแข่งในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ และราคาต่อรองล่าสุด
เพื่อให้แฟนบอลเข้าใจในรูปแบบการแข่ง ในรอบแบ่งกลุ่ม บอลโลก2026 เพิ่มมากขึ้น เราจะมาดูโปรแกรมในกลุ่ม A ที่จะแข่งกันที่ เม็กซิโก ซึ่งพวกเขาก็เป็น 1 ในชาติเจ้าภาพ โดยมี เกาหลีใต้ กับ สาธารณรัฐเช็ก อยู่กลุ่มเดียวกัน
- เกมที่ 1 เม็กซิโก พบ แอฟริกาใต้ (“จังโก้” เม็กซิโก ต่อ 1 หนึ่งลูก) เตะกันในเวลาไทย วันศุกร์ที่ 12 มิ.ย. เวลา ตีสอง ในวันเดียวกัน “โสมขาว” เกาหลีใต้ พบ สาธารณรัฐเช็ก (ล่าสุดราคาคือ 0 ราคาเสมอ) คู่นี้แข่ง 9 โมงเช้า
- ต่อมาเกมที่ 2 พักกันมาเต็มอิ่ม แล้วแข่งกันวันพฤหัสบดีที่ 18 มิ.ย. เวลา ห้าทุ่มตรง สาธารณรัฐเช็ก พบ แอฟริกาใต้ (เช็ก ต่อ 0-0.5 เสมอควบครึ่ง) หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ตอนสาย ๆ ของศุกร์ที่ 19 มิ.ย. เวลา 8 โมงเช้า ก็จะเป็น “จังโก้” เม็กซิโก พบ “โสมขาว” เกาหลีใต้ (คู่นี้ เม็กซิโก ต่อ 0.5 ครึ่งลูก)
- นัดสุดท้าย กลุ่มเอ คราวนี้แข่งพร้อมกัน วันพฤหัสบดีที่ 24 มิ.ย. เวลา 8 โมงเช้า ซึ่งทางฝั่ง สาธารณรัฐเช็ก พบ เม็กซิโก (เม็กซิโก ต่อ 0-0.5 เสมอควบครึ่ง) โดยที่อีกคู่ แอฟริกาใต้ พบ เกาหลีใต้ (ราคาล่าสุดที่เห็น เกาหลีใต้ ต่อ 0-0.5 เสมอควบครึ่ง)
ซึ่งมันเป็นการเจอกันแบบพบกันหมด รอบแบ่งกลุ่มก็แข่งแบบนี้มาโดยตลอด เพื่อหาทีมที่มีผลงานดีที่สุด 2 ทีมในแต่ละกลุ่ม เข้ารอบโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องไปลุ้นอะไรเพิ่มมากมาย แต่ว่ารอบนี้มีทีมอันดับ 3 ของกลุ่ม ที่ยังได้ลุ้นเข้ารอบ เพียงแต่จะต้องไปลุ้นเทียบผลงานกับทีมในกลุ่มอื่น ๆ ที่เหลือ
ทีมที่มีโอกาสที่จะจบอันดับ 3 ของกลุ่ม คาดเดายากมาก
มีกูรูส่วนหนึ่งได้คาดการณ์ผลใน บอลโลก2026 โดยวิเคราะห์ว่า ทีมใดที่มีโอกาสจบอันดับ 3 ของแต่ละกลุ่ม ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการวิเคราะห์ที่ยาก กว่าการทายผลทีมอันดับ 1 ของกลุ่มอีก เพราะตามปกติ ทีมอันดับ 1 ของแต่ละกลุ่ม ในรายการนี้ ก็มักจะเป็นทีมวางในโถ 1 ของแต่ละกลุ่มอยู่แล้ว ซึ่งมันไม่ค่อยมีเหตุพลิกล็อกมากนัก
อย่างเช่นในกลุ่มซี หลายคนคงทายได้ว่า กลุ่มนี้ บราซิล ไม่น่าพลาดแชมป์กลุ่ม แต่ทีมอันดับ 2 กับ 3 จะเป็น โมร็อกโก หรือ สก็อตแลนด์ ก็ต้องวัดกันสักหน่อย
หรือถ้าเป็นกลุ่มดี กลุ่มนี้ออกได้ทุกหน้า สหรัฐฯ, ปารากวัย, ออสเตรเลีย และ ตุรกี ซึ่งดูราคาแล้ว 4 ทีมนี้สูสีกันมาก แต่ถ้าเป็นกลุ่มแอล มีหลายคนที่ฟันธงไปแล้วว่า ที่ 3 น่าจะเป็น กาน่า และ อังกฤษ คือที่ 1 ไม่มีพลิก ส่วน โครเอเชีย ก็คือที่ 2 ของกลุ่ม ไม่น่าผิดไปจากนี้

